ตำนานลูกมังกรทั้ง9 เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ปี 1368-1644 โดยมีจุดเริ่มต้นจากหลิวป๋อเวิน (刘伯温)เสนาบดีคู่บัลลังมังกร กล่าวกันว่า

” หลิวป๋อเวินเดิมเป็นเทพบนสวรรค์ที่อยู่ข้างกาย อวี้ตี้ หรือ เง็กเซียนฮ่องเต้ เมื่อถึงปลายราชวงศ์หยวน แผ่นดินจีนลุกเป็นไฟ การศึกสงครามไม่สิ้น ราษฎร์อดอยากยากแต้น เง็กเซียนฮ่องเต้จึงจัดส่งหลิวป๋อเวินลงมาถือกำเนิด บนโลกมนุษย์ เพื่อช่วยกอบกู้ภัยพิบัติ พร้อมทั้งได้มอบกระบี่ประกาศิต ที่สามารถสั่งการต่อพญามังกรได้ แต่เนื่องจากในเวลานั้น พญามังกรเฒ่าสังขารร่างกายอ่อนล้า

จึงส่งบุตรทั้งเก้าของตนมารับภาระกิจนั้นแทน ลูกมังกรทั้งเก้าต่างก็มีอิทธิฤทธิ์แกร่งกล้า พวกเขาติดตามหลิวป๋อเวิน ออกศึกนับครั้งไม่ถ้วน หนุนเสริมจูหยวนจาง สถาปนาแผ่นดินต้าหมิง ทั้งช่วยเหลือจูตี้ให้ได้มาซึ่งบัลลังก์มังกร

เมื่อภาระกิจเสร็จสิ้นสมบูรณ์จึงคิดจะกลับคืนสู่สวรรค์ แต่จักรพรรดิหมิง หรือ จูตี้ กลับต้องการให้พวกเขาอยู่ข้างกาย เพื่อช่วยให้ตนเองเป็นใหญ่ในแผ่นดินต่อไป ดังนั้นจึงอ้างเหตุก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามที่ปักกิ่ง

หยิบยืมดาบประกาศิตจาหลิวป๋อเวิน เพื่อสั่งการต่อลูกมังกรทั้งเก่า แต่ลูกมังกรต่างไม่ยอมสยบ จู้ตี้เห็นว่าไม่อาจควบคุมลูกเต่ามังกรไว้ได้ จึงออกอุบาย โดยกลาวกับปี้ซี่ที่เป็นพี่ใหญ่ว่า “ปี้ซี่ เจ้ามีพลังมากมายมหาศาล สามารถยกวัตุนับหมื่นชั่งได้ ถ้าหากเจ้าสามารถแบกป้ายศิลาจารึก – เสินกงเซิ่งเต๋อเปย – ของบรรพบุรุษข้าไปด้วยได้ ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป

ปี้ซี่เห็นว่าเพียงป้ายศิลาเล็กๆ ก้อนหนึ่ง จึงเข้าไปแบกรับไว้โดยไม่ลังเล แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจยกเคลื่อนไปได้ ที่แท้ป้ายศิลาจารึกนี้ ได้จารึกคุณความดีของ “โอรสวรรค์”เอาไว้ (จากคติของจีนที่กล้าวว่าคุณความดีนั้น ไม่อาจชั่งตวงวัดได้)ทั้งยังมีตราประทับสัญจรของฮ่องเต้สองสมัย สามารถสยบเทพมารทั้งปวงได้

ลูกมังกรที่เหลือเห็นว่าพี่ใหญ่ ถูกกดทับอยู่ใต้ศิลาจารึก ต่างไม่อาจหักใจจากไป จึงได้แต่รั้งอยู่บนโลกมนุษย์ต่อไป เพียงแต่ต่างให้สัตย์สาบานว่า จะไม่ปรากฎร่างจริงอีก

ดังนั้น แม้ว่าจูดี้จะสามารถรั้งลุกมังการทั้งเก้าเอามาไว้ได้ แต่ก็เป็นเพียงรูปสลักของสัตว์ทั้งเก้าชนิดเท่านั้น

หลิวป๋อจือเมื่อทราบเรื่องในภายหลังจึงผละจากจูตี้ กลับคืนสู่สวรรค์ จูตี้รู้สึกเสียใจและสำนึกผิดต่อเหตุการณ์ครั้งนี้จึงจัดว่างหน้าที่ให้กับลูกมังกรทั้งเก้า สืบทอดเรื่องรายสู่คนรุ่นหลังไม่ได้เดินตามรอยความผิดของตน

ตำนานลูกมังกรทั้ง 9

ตำนานลูกมังกรทั้ง 9
1.ปี้ซี่(赑屃) มีรูปเป็นเต่า แต่ปี้ซี่จะมีฟัน ซึ่งแตกต่างจากรูปเต่าโดยทั่วไป มีพละกำลังมหาศาล โดยมากเป็นฐานของแผ่นศิลาจารึก สามารถพบเห็นได้ตามวัดวาอารามต่างๆ กล่าวกันว่าหาได้สัมผัสจะนำพาโชคลาภมาให้
 
ตำนานลูกมังกรทั้ง 9
2.ปี้อ้าน (狴犴)หรือเซี่ยนจาง รูปเป็นพยัคฆ์ น่าเกรงขาม มักเดี่ยวข้องกับคดีความ โดยมากจึงสลักรูปสัญญลักษณ์นี้บนประตูเรือนจำ เสือเป็นสัตว์ที่ทรงอำนาจ ดังนั้นปี้อ้านจึงมีส่วนในการข่มขวัญเหล่านักโทษในเรือนจำให้มีความเคารพต่อสถานที่
ตำนานลูกมังกรทั้ง 9
3.เทาเที่ย(饕餮)รูปคล้ายหมาป่า มีนิสัยตะกละตะกลาม ดังนั้นในสมัยโบราณผู้คนจึงนำมาประดับไว้บนภาชนะที่บรรจุของไหว้ และเนื่องจากเทาเที่ยเป็นสัตว์ที่มีนิสัยดุร้านและตะกละ ดังนั้นจึงมีคำเปรียบเปรยถึงบุคคลที่เห็นแก่กินและละโมบโลภมาก ว่าเป็นพวกลูกสมุนของเทาเที่ย นอกจากนี้ เนื่องจากเทาเที่ยดื่มกินได้ในปริมาณมาก จึงพบว่ามีการนำเทาเที่ยมาประดับที่ด้านข้างของสะพานเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม
4.ผูเหลา(蒲牢)มีรูปคล้ายมังกรตัวน้อย ชอบร้องเสียงดัง กล่าวกันว่า ผูเหลาอาศียอยู่ริมฝั่งทะเล และเกรงกลัวปลาวาฬเป็นที่สุด ทุกครั้งที่ถูกปลาวาฬทำร้าย ผูเหลาจะส่งเสียงร้องไม่หยุด ดังนี้น ผู้คนนึงนำผูเหลามาประดับไว้บนระฆัง จากนั้นสลักไม้ดีระฆ้งเป็นรูปของปลาวาฬ เมื่อนำไปตีระฆัง จะได้เสียงที่สดใสกังวาน
5. ฉิวหนิว (囚牛)
 
มีรูปเป็นมังกรสีเหลืองตัวน้อยที่มีเขาของกิเลน ชอบดนตรี ผู้คนจึงมักสลักรูปของฉิวหนิวไว้ที่ด้ามซอ
6. เจียวถู(椒图)
 
มีรูปคล้ายลวดลายก้นหอย มักจะปิดปากเป็นนิจสิน เนื่องจากธรรมชาติของหอยนั้น เมื่อถูกรุกรานจากศัตรูภายนอก ก็จะปิดเปลือกสนิทแน่น ผู้คนจึงมักจะวาดหรือสลักลวดลายของเจียวถูไว้ที่บานประตู เพื่อแทนความหมายถึงความปลอดภัย
 7. ชือเหวิ่น(鸱吻)
 
หรือชือเหว่ย เฮ่าว่าง เป็นต้น มีรูปคล้ายมังกรแต่ไม่มีสันหลัง ปากอ้ากว้าง ชอบการผจญภัย และยังชอบกลืนไฟ กล่าวกันว่า ชือเหวิ่นอาศัยอยู่ในทะเล มีหางคล้ายเหยี่ยวนกกระจอก สามารถพ่นน้ำดับไฟได้ เชื่อว่าป้องกันสิ่งชั่วร้ายและอัคคีภัยได้ ดังนั้น หากพบมังกรที่มีหางขดม้วนเข้าประดับอยู่บนสันหลังคา นั่นก็คือ ชือเหวิ่น
 
8. ซวนหนี (狻猊)
 
แต่เดิมซวนหนีเป็นคำเรียกหนึ่งของสิงโต ดังนั้น ซวนหนีจึงมีรูปเป็นราชสีห์ ชอบเพลิงไฟ และชอบนั่ง เนื่องจากสิงโตมีรูปลักษณ์เป็นที่น่าเกรงขาม ทั้งได้รับการเผยแพร่เข้ามาในจีนพร้อมกับพุทธศาสนา โดยมีคำกล่าวเปรียบพระพุทธเจ้าเป็นดั่งราชสีห์ ดังนั้น ผู้คนจึงนำลวดลายของซวนหนีมาประดับที่แท่นอาสนะของพระพุทธรูป และบนกระถางธูป เพื่อให้ซวนหนีได้กลิ่นควันไฟที่โปรดปราน

9.หยาจื้อ (睚眦)

 มีรูปคล้ายหมาไน ชอบกลิ่นอายการสังหาร คำว่า หยาจื้อ เดิมมีความหมายว่า ถลึงตามองด้วยความโกรธ ต่อมาแฝงนัยของการแก้แค้น ซึ่งก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงจาการเข่นฆ่า จึงมักประดับอยู่บนด้ามมีดและฝักดาบ

ขอบคุณข้อมูลจาก : puerteaonline.com

ติดต่อเรา